
แจ็ค วิลเชียร์ อดีตกองกลางระดับตำนานของอาร์เซน่อลแล้วก็กลุ่มชาติอังกฤษ สารภาพด้วยความตื้นตันใจว่า การได้สัมผัสแชมป์ที่สนามเวมบลีย์ในหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลนั้น เป็นความรู้สึกที่เหนือกว่ายุคที่เขาเขินลงสู่สนามในฐานะนักฟุตบอลเสียอีก
แจ็ค วิลเชียร์ วิลเชียร์ วัย 34 ปีที่พึ่งรับงานคุมกลุ่มแบบเต็มกำลังเป็นครั้งแรกกับลูตัน ทาวน์ เมื่อ 13 เดือนตุลาคม 2568 ก่อนที่จะทดแทนความเชื่อใจพาทีม เอาชนะ สต็อคพอเพียงร์ท ไปได้ 3-1 ในเกมนัดหมายชิงแชมป์ EFL Trophy (บอลถ้วยลีกวัน และก็ ลีกทู อังกฤษ)ทำให้เขาคว้าชัยชนะแรกมาครอบครองได้เสร็จตั้งแตฤดูแรกที่เริ่มงานคุมกลุ่มและก็เป็นแชมป์อีเอฟแอล โทรฟี้ ในรอบ 15 ปีของสมาพันธ์
เกมนี้ อาดาม่า สิดิเบห์ ยิงให้ สต็อคพอเพียงร์ท ขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 11 แม้กระนั้นแล้ว ลูตัน รัวรวดเดียว 3 ประตูจาก เอมิลิโอ ลอว์เรนซ์ หน้าแข้งดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นาที 22 แล้วก็ นากี เวลล์ส สุนัขผู้เดียวสองประตูในนาที 39 แล้วก็ 90+1
ความรับผิดชอบที่ไม่เหมือนกันระหว่าง “นักฟุตบอล” รวมทั้ง “ผู้ฝึกสอน”
วิลเชียร์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกข้างหลังจบเกมว่า:
“ผมรักทุกช่วงในอาชีพนักฟุตบอลแล้วก็เคยได้แชมป์มาบ้าง แม้กระนั้นการได้ทำสำเร็จในฐานะผู้ฝึกสอน ในวันที่คุณจำเป็นต้องยืนอยู่ข้างสนามในฐานะหัวหน้า มันเป็นความรู้สึกที่ดีจังๆ”
เขายังขยายความต่อถึงความไม่เหมือนว่า “ยุคเป็นนักฟุตบอล คุณจะมีความเห็นแก่เฒ่ามากยิ่งกว่า เพราะเหตุว่าคุณจะกลุ้มใจเพียงแค่เรื่องสภาพร่างกาย จิตใจ รวมทั้งแนวทางของตน แต่ว่าเพียงพอมาเป็นผู้ฝึกสอน คุณจะต้องแบกรับความรับผิดชอบที่มากกว่านั้นมหาศาล”
ส่วนสำคัญและก็ “นากี เวลล์ส” วีรบุรุษผู้ไม่ยอมแพ้
วิลเชียร์มิได้ลืมที่จะสรรเสริญเหล่านักฟุตบอลรุ่นเก๋าในกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นากี เวลล์ส แผงหน้าวัย 35 ปี ที่เกือบมิได้ลงเล่นในนัดหมายนี้เพราะว่ามีลักษณะเจ็บก่อกวน
เวลล์สมีลักษณะของการเจ็บต้นขาคีบตั้งแต่วันจันทร์และไม่ได้ลงฝึกตลอดทั้งอาทิตย์ ซึ่ง วิลเชียร์เลือกที่จะคอยเช็คฟิตจนกระทั่งวินาทีในที่สุด เพราะว่าอยาก “ประสบการณ์” รวมทั้ง “ภาวะความเป็นผู้นำ” ของเขา ซึ่งท้ายที่สุดหน้าแข้งรายนี้ก็ทดแทนความวางใจด้วยผลงานอันดีเยี่ยมที่สุด
ก้าวถัดไปสู่พื้นที่เพลย์ออฟ
ที่ปรึกษาชายหนุ่มรายนี้หวังว่าชัยที่เวมบลีย์จะเป็น “จุดแปลง” สำคัญที่ช่วยทำให้ลูตัน ทาวน์ เร่งเครื่องทำแต้มเพื่อแทรกไปสู่พื้นที่เพลย์ออฟของศึกลีกวันในตอนโค้งสุดท้ายของฤดู
นอกจากนั้น เขายังกล่าวขอบคุณมากแฟนบอลลูตันกว่า 30,000 ผู้ที่ตามมาเชียร์ โดยกล่าวว่าแฟนกลุ่มนี้จำต้องพบเจอกับความทุกข์ใจมานาน ภายหลังที่กลุ่มจะต้องตกชั้นต่อเนื่องกันสองครั้งซ้อนจากพรีเมียร์ลีกมาสู่ลีกวัน
“ผมเองเป็นแฟนบอลเวสต์หมูแฮม ตอนกลุ่มตกชั้นมันเสมือนชีวิตพังทลายเลย แฟนบอลลูตันเหมาะได้รับความสบายในวันนี้แล้ว” วิลเชียร์กล่าวเสริม
มุมมองจากผู้แพ้: ความหมดหวังเป็นเชื้อไฟ
ทางด้าน เดฟ แชลลินอร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลสต็อคเพียงพอร์ท แม้ว่าจะขึ้นนำก่อนจาก อาดาม่า สิดิเบห์ แต่ว่าท้ายที่สุดก็จำต้องปราชัยไป เขาวางเป้าจะใช้ความหมดหวังคราวนี้เป็นแรงกระตุ้นเพื่อรักษาพื้นที่เพลย์ออฟในลีกวันให้ได้
“พวกเราจะใช้ความไม่สมหวังเป็นแรงผลักดันสำหรับเกมเยี่ยมในวันพุธและก็วันเสาร์นี้ เพื่อที่พวกเราจะได้กลับมาที่เวมบลีย์อีกรอบในอีก 8 อาทิตย์ด้านหน้า (นัดหมายชิงเพลย์ออฟ)” แชลลินอร์กล่าว
เขาตบท้ายไว้อย่างน่าดึงดูดว่า หากแม้ถ้วยแชมป์นี้จะสำคัญ แม้กระนั้นเป้าหมายหลักเป็น “การเลื่อนชั้น” “นัดหมายชิงวันนี้เป็นเกมจบในวันเดียว แม้กระนั้นนัดหมายชิงเพลย์ออฟเป็นผลสรุปของการทำงานหนักตลอด 9 เดือน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่กรกฎาคม ผมคงจะไม่ยินยอมแลกเปลี่ยนการเลื่อนชั้นกับอะไรทั้งหมด”
อัพเดตข่าวกีฬาใหม่ทุกวัน : www.footballlive-th.com
