ขอแลกทุกๆอย่าง! เจอร์ราร์ด เสียดายลาลิเวอร์พูลปี 2015 อดร่วมงานกับคล็อปป์

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลาง

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลาง พลังไดนาโม สารภาพเสียดายที่ตกลงใจล่ำลา หงส์แดง ในปี 2015 เจาะจงถ้าเกิดรู้ดีว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเข้ามาคุมกลุ่ม คงจะเลือกอยู่กับกองทัพ “ลิเวอร์พูล” ต่ออีกหนึ่งฤดู

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานมิดฟิลด์กัปตันกลุ่มหงส์แดง สารภาพตนรู้สึกเศร้ากับการตัดสินใจล่ำลาสมาพันธ์ในปี 2015 ด้วยเหตุว่าถ้าหากเลือกได้ ต้องการอยู่กับกลุ่มต่ออีกหนึ่งฤดูเพื่อร่วมงานกับ พบร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน

“สตีวี่จี” ตกลงใจล่ำลาถิ่นแอนฟิลด์เพื่อไปเล่นให้กับ แอลเอ มึงแล็กซี่ ในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์ (เอ็มแอลเอส) ประเทศอเมริกา ในม.ค. ปี 2015 ซึ่งเป็นการหมดขณะกับ “เดอะ เร้ดส์” นับจากที่ก้าวขึ้นมาเปิดตัวในฐานะนักฟุตบอลอาชีพเมื่อปี 1998

ช่วงเวลาที่ คล็อปป์ ได้รับการตั้งให้เข้ามาจับบังเหียน หงส์แดง แทนที่ เบรนเดน ร็อดพบร์ส ในช่วงปลายปี 2015 รวมทั้งสามารถนำ “ลิเวอร์พูล” บรรลุเป้าหมายในทุกรายการ โดยยิ่งไปกว่านั้นการครองแชมป์พรีเมียร์ลีก ยุคแรกในรอบ 30 ปีในช่วงฤดูกาล 2019/20 รวมทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2018/19

เจอร์ราร์ด เปิดใจเกี่ยวกับการตัดสินใจดังกล่าวข้างต้นว่า “ผมยอมเอื้อเฟื้อหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งยังในเรื่องอาชีพรวมทั้งเรื่องเฉพาะบุคคล เพื่อได้โอกาสได้เล่นภายใต้การควบคุมกลุ่มของ พบร์เก้น คล็อปป์ ช่วงปลายทางค้าหน้าแข้งกับหงส์แดง ผมได้รับข้อเสนอแนะให้ต่อสัญญาอีก 1 ปี เพื่ออยู่กับกลุ่มต่ออีกหนึ่งฤดูกาล”

“แต่ว่าขณะนั้นผมกำลังคุยกับคณะทำงานของหงส์แดงชุดเดี๋ยวนี้ แล้วก็จากการคุยกันนั้น พวกเขาเห็นว่าผมคงจะจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นผู้เล่นที่มีหน้าที่ไม่มากสักเท่าไรนัก ได้ลงสู่สนามลดลง ซึ่งแน่ๆว่าไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากได้ แต่ว่าถ้าหากผมทราบดีว่า พบร์เก้น จะเข้ามาแน่ๆ ผมไม่รู้เรื่องนี้เลยในขณะที่ตกลงใจ”

“ถ้าหากผมทราบดีว่า พบร์เก้น กำลังจะเข้ามา ผมอาจจะยอมเสี่ยงอยู่ต่อ และก็พากเพียรทำให้ พบร์เก้น ต้องใจ เพื่อครั้งคราวจะได้ได้โอกาสร่วมงานกับเขาในช่วงปลายอาชีพของผม แม้กระนั้นโชคร้ายที่ผมตกลงใจย้ายออกไป เมื่อดูย้อนกลับไป ผมคงจะอยู่ต่อและก็ยอมเสี่ยงกับช่องทางนั้น” พบร์ราร์ด กล่าว

ดังนี้ เจอร์ราร์ด ลงในสนามให้กลุ่มไปถึง 710 นัดหมาย พร้อมทำเป็น 186 ประตู พร้อมด้วยมีส่วนสำคัญในการบรรลุผลมากร่วมกับชมรม หากแม้เขาจะบรรลุผลสำเร็จกับ “ลิเวอร์พูล” มากไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ว่าก็ไม่เคยได้สัมผัสแชมป์พรีเมียร์ลีกแม้กระทั้งครั้งเดียว

 

อัพเดตข่าวกีฬาใหม่ทุกวัน :  www.footballlive-th.com